จังหวัดประจวบคีรีขันธ์


วัดท่ายาง หลวงปู่สุข

จะว่าไปเพชรบุรี สืบเนื่องจากกาลก่อนจนมาถึงปัจจุบัน...ในวงการผู้นิยมศรัทธาพระเครื่องเพชรบุรี คงต้องคิดถึงสายวัดโตนดหลวง เป็นอันดับแรก และสายวัดเขากระจิวและเขาบันไดอิฐเป็นอีกสำนักที่สืบสานต่อเนื่องกันมารุ่นต่อรุ่นอย่างไม่ขาดสาย และอีกมากที่ไม่กล่าวที่นี้
ในวาระปีใหม่นี้ผมขอแนะนำรูปพระเกจิเนื้อนาบุญท ที่เป็นพระบริสุทธืที่สมควรกราบไหว้บูชามาจารึกเป็นมงคลชีวิติ...
บางรูปก้อดังแล้วเป็นที่รู้จ้กอย่างกว่างขวาง แต่ยังมีอีกมากมายหลายรูปที่ท่านต้องการอยู่อย่างเงียบๆไม่ปราศนาลาภ สักการะใดๆ....
...อยุธยาไม่สิ้นพระดีฉันใด เพชรบุรีไม่สิ้นพระดังฉันนั้น...หรอกครับยังมีพระเกจิ อีกมากมายที่สูงทั้งพรรษากาลและสายวิชาตามครูโบราณกาลมา ที่ท่านยังไม่เผยตัวที่ท่านต้องการอยูอย่างสงบ และ รอวันเปิดตัวตามเวลาที่อันเหมาะควร...แก่ท่าน
สุดท้ายหวังว่ากระทู้คงเป็นกระทู้แก่การบอกกล่าวเล่าสู่จากพี่น้องมาช่วยแนะนำเนื้อนาบุญ ให้รู้จักและมาช่วยกันจรรโลงให้ครบถ้วนสมบูรณ์ครับ...
หลวงพ่อทองศุข วัดโนดหลวงวัดโตนดหลวง เป็นวัดที่มีโบสถ์เป็นรูปเรือขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๙ บ้านโตนดหลวง ต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นวัดเก่าแก่โบราณมาแต่อดีต สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างขึ้นปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา หรือตอนต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ยังไม่สามารถสืบเสาะได้ว่าใครเป็นผู้สร้าง ภายในวัดยังอนุรักษ์ถาวรวัตถุเก่าๆ ไว้เป็นอย่างดี มีการบูรณปฏิสังขรณ์ให้คงสภาพเดิมอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุโบสถ ที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า "อุโบสถมหาอุตม์"
อุโบสถมหาอุตม์ เป็นโบสถ์ที่ค่อนข้างแปลก ไม่เหมือนวัดอื่นใด คือมีลักษณะคล้ายๆ กับเรือสำเภา ประตูหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนด้านข้างจะมีหน้าต่างด้านละ ๒ บาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะวัดนี้ไม่ซ้ำแบบใคร



วัดเทพประสิทธิ์

วัดเทพประสิทธิ์ นี้กำลังก่อสร้างถาวรวัตถุภายในวัดอีกจำนวนมากเช่นกุฏิสงฆ์ ศาลาเอนกประสงค์ โบสถ์ และอีกมากมายหลายอย่างด้วยกันจึงบอกบุญมายังท่านผู้มีใจบุญทุกท่านได้ไปทำบุญกันที่วัด และอีกอย่างหนึ่งวัดนี้อยู่ติดเชิงเขา ธรรมชาติน่าอยู๋น่าพักประกอบพิธีทางศาสนาเป็นอย่างยิ่งการเดินทางสะดวกสบายและยังอยู๋ใกล้กับเขื่อนปราณบุรีทิวทัศน์น่าไปเที่ยวและแวะวัดทำบุญเป็นอย่างมากประกอบกับพระอาจารย์พริ้ง ยติโก ท่านยังเป็นพระที่มีเมตตาธรรมอย่างสูงท่านสามารถที่จะปรึกษาธรรมกับท่านได้และของดีจาก


พระราชวังมฤคทายวัน

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี เป็นพระราชวังสร้างในสมัยร.6 ที่ ต.ห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยเป็นพระตำหนักประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพอพระราชหฤทัยที่สถานที่ที่ตำบลบางควายจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งให้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ใหญ่ใน พ.ศ. 2466 โดยที่เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อำนวยการก่อสร้างและพระองค์ได้ทรงร่างแผนผังการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ด้วยพระองค์เอง โดยพระองค์ได้ทรงเพิ่มพระตำหนักฝ่ายใน ทรงเลือกแบบพระราชนิเวศน์เป็นอาคารแบบไม้ชั้นเดียว หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องสี่เหลี่ยม ใต้ถุนสูง เทพื้นคอนกรีตตลอด

ที่พระตำหนักต่างๆ ได้แบ่งกระจายกันอยู่เป็นหลังๆ มีรูปทรงแบบเดียวกันหมด แต่ทุกหลังจะมีระเบียงและบันได ส่วนทางเดินจะมีลูกกรงและหลังคาเชื่อมติดต่อถึงกันตลอดเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเดินติดต่อกันระหว่างพระตำหนักต่างๆ ได้จัดวางห้องบรรทมอยู่กลางติดกับห้องแต่งพระองค์ มีห้องเสวยด้านหลัง มีสะพานทอดออกไปทางด้านขวามือเป็นส่วนของฝ่ายใน ด้านหน้ามีสะพานทอดยาวไปเป็นห้องทรงพระอักษรใกล้ชายหาด

 


ตลาดน้ำหัวหิน

ผมและทีมงานได้มีโอกาสตระเวณชิม และเที่ยวที่หัวหิน และมีโอกาสได้แวะเที่ยวชมตลาดน้ำเปิดใหม่ นั่นคือ ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม ซึ่งเป็นตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเซีย และเป็นตลาดน้ำในบรรยากาศรัตนโกสินทร์ย้อนยุค สมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งดูแล้ว ตอนแรกก็ยังสงสัยว่าทำไมจึงคล้ายๆ กับ ตลาดน้ำอโยธยา ก็เป็นเพราะว่า การดำเนินงานโดยทีมงานตลาดน้ำอโยธยานั่นเองครับ ที่นี่มีเนื้อที่กว่า 100 ไร่  มีร้านค้าทั้งหมด 193 ร้าน และเรือขายสินค้า 40 ลำ โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและ ติดแหล่งน้ำธรรมชาติที่ได้ชื่อว่า ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม  เพราะเป็นชื่อพระราชทาน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณลำห้วยสามพันนาม ที่ได้ชื่อนี้ เพราะลำห้วยแห่งนี้ไหลผ่านหมู่บ้านกว่า 3,000 แห่งนั่นเอง ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม มีการแสดง โชว์แสง สีเสียง ทุกวัน สำหรับการเดินทางสะดวกสบายพร้อมที่จอดรถกว่า 1,000 คัน  และเร็วๆ นี้ เตรียมพบ “The Cronos Walking Street” แห่งใหม่สไตล์กรีซ กับบรรยากาศตะวัน ตกแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ใจกลางเมืองหัวหิน ติดกับ ตลาดน้ำหัวหินสามพันนามอีกด้วย


วัดห้วยมงคล หลวงปู่ทวด

ประวัติหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด
     หลวงพ่อทวด หรือ สมเด็จพะโค๊ะ มีนามเดิมว่าปู เป็นบุตรนายหู นางจัน วัน เดือน ปี เกิดของเด็กชายปู บ้างว่าเป็นเดือน 4 ปีมะโรง ตรงกับ พ.ศ. 2125 บ้างว่าปี พ.ศ. 990 ฉลู สัมฤทธิศก บ้างว่า พ.ศ. 2131 โดยอนุมาน เข้าใจว่าคงเป็นปลายสมัยมหาธรรมราชา อาจเป็นปี พ.ศ. 2125 หือ 2131 ตอนเด็กชายปูยังเป็นทารก มีเรื่องเล่าเป็นปฏิหาริย์เอาไว้ว่าหลังจากนางจันเลิกอยู่ไฟก็ออกเกี่ยวข้าวทันที วันหนึ่งนางไปเก็บข้าวก็เอาบุตรให้นอนในเปลใต้ต้นหว้างูบองสลาขึ้นมานอนบนเปลนั้น มารดา บิดาเห็นตกใจ งูก็เลื้อยหายไป แต่ได้คายแก้ววิเศษเอาไว้ให้ เมื่อเด็กชายปูอายุได้ 7 ขวบ บิดาได้นำไปฝากกับท่านสมภารจวงซึ่งเป็นพี่ชายของนางจันผู้เป็นมารดา (หลวงลุง) วัดกุฏิหลวง (วัดดีหลวง) เพื่อให้เล่าเรียนหนังสือ เด็กชายปูมีความเฉลียวฉลาดมากสามารถเรียนหนังสือขอมและไทยได้อย่างรวดเร็ว ครั้นอายุได้ 10 ขวบ ก็บวชเป็นสามเณรและบิดาได้มอบแก้ววิเศษให้เป็นของประจำตัว ต่อมาสามเณรปูได้ไปศึกษาต่อกับพระชินเสนที่วัดสีหยัง (สีคูยัง) ซึ่งเป็นพระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงมากมาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อได้อายุ 20 ปีบริบูรณ์ ได้เดินทางไปศึกษาต่อที่นครศรีธรรมราช ณ สำนักพระมหาเถระปิยทัสสี ต่อมาก็ได้เข้ารับการอุปสมบท มีฉายาว่า “ราโมธมฺมิโก” แต่คนทั่วไปเรียกว่า “เจ้าสามีราม” เจ้าสามีรามได้ศึกษาอยู่ที่วัดท่าแพ วัดสีมาเมือง และวัดอื่นๆอีกหลายวัด
    เมื่อเห็นว่าการศึกษาที่นครศรีธรรมราชเพียงพอ จึงได้ขอโดยสารเรือสำเภาเดินทางไปกรุงศรีอยุธยา ขณะเดินทางถึงเมืองชุมพรเกิดคลื่นลมทะเลปั่นป่วนเรือไม่สามารถแล่นฝ่าคลื่นลมไปได้ ต้องทอดสมออยู่ถึง 7 วัน ทำให้เสบียงอาหารและน้ำหมด บรรดาลูกเรือจึงตั้งข้อสงสัยว่าการที่เกิดอาเพศในครั้งนี้เป็นเพราะเจ้าสามีราม จึงตกลงใจส่งเจ้าสามีรามขึ้นเกาะ ได้นิมนต์ให้เจ้าสามีรามลงเรือมาดขณะที่นั่งอยู่ในเรือมาดนั้นท่านได้ห้อยเท้าแช่ลงไปในน้ำทะเล ก็บังเกิดอัศจรรย์น้ำทะเลบริเวณนั้นเป็นประกายแวววาวโชติช่วงเจ้าสามีราม จึงบอกให้ลูกเรือตักน้ำขึ้นมาดื่มก็รู้สึกว่าเป็นน้ำจืดจึงช่วงกันตักไว้จนเพียงพอ นายสำเภาจึงนิมนต์ให้ขึ้นสำเภาอีก และตั้งแต่นั้นเจ้าสามีรามเป็นชีต้น หรืออาจารย์ของเจ้าสำเภาอิน สืบมา
อภินิหารที่ท่านสามีรามเหยียบน้ำทะเลจืดเป็นที่โจษขานมาถึงบัดนี้และเหตุการณ์ตอนนี้เล่าเสริมพิสดารขึ้นว่า ตอนแรกนายอินเชื่อมั่นว่าพระสามีรามเป็นกาลกิณีเรือจึงต้องพายุเพราะก่อนมาไม่เคยเป็น เมื่อคลื่นลมสงบจึงคิดจะเอาเจ้าสามีรามปล่อยเกาะ แต่ครั้นเห็นปาฏิหาริย์จึงขอขมาโทษ
    ในยุคนี้และสมัยนี้ เกือบจะไม่มีชาวไทยคนใดเลย ที่จะไม่เคยได้ยินชื่อหรือได้ฟังกิติศัพท์เล่าลือเกี่ยวกับ ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด ความศักดิ์สิทธิ์อันนี้ บ้างก็เป็นเรื่องของความคลาดแคล้วจากอุบัติเหตุสยองจากไฟไหม้หรือจากภัยพิบัติ นานัปการ และหลวงพ่อทวดมิใช่จะคุ้มครองเฉพาะด้านอุบัติเหตุเท่านั้น แม้แต่ในทางโชคลาภ ก็ให้ผลอย่างดีที่สุด ดังที่ได้ประจักษ์แก่ผู้เลื่อมใสมาแล้ว
    วัดห้วยมงคล เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เดิมใช้ชื่อว่า “วัดห้วยคต” ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามใหม่จากห้วยคต เป็นห้วยมงคล ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นทั้งชื่อหมู่บ้าน วัด โรงเรียน และโครงการต่างๆ อีกมากมาย
   กว่าสี่สิบปีแล้วที่หมู่บ้านห้วยมงคล เป็นที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเยี่ยมประชาชนด้วยโครงการต่างๆที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับพสกนิกรให้มีฐานะดีขึ้น ประชาชนมีสุขกันทั่วหน้าและโครงการต่างๆ ก็ดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะมีส่วนราชการให้การดูแล รวมทั้งทรงอุปถัมภ์วัดห้วยมงคลไว้ให้เป็นที่พึ่งทางใจสำหรับชาวบ้าน
    ต่อมาพระครูปภัสรวรพินิจ หรือพระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคลองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาที่มีศีลจารวัตที่ดีงามเป็นที่เคารพของคนในชุมชนบ้านห้วยมงคล และพลเอกวิเศษ คงอุทัยกุลรองสมุหราชองครักษ์ได้มีดำริที่จะสร้าง “หลวงพ่อทวด” องค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ รวมทั้งเผยแพร่และสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกทั้งให้เป็นที่เคารพสักการบูชาและเป็นที่พึ่งทางใจของเหล่าพุทธศาสนิกชน
    ด้วยเรื่องราวปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) ที่พุทธศาสนิกชนในภาคใต้ให้ความเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลานาน และรู้จักกันเป็นอย่างดี จึงก่อเกิดการร่วมมือร่วมใจจากหลายองค์กรทั้งทางภาครัฐและเอกชนในการสร้างประติมากรรมองค์จำลองหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยกาลนี้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร เททองหล่อองค์หลวงพ่อทวด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 และพระราชทานพระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดสร้างอันเชิญพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. ขึ้นประดิษฐานที่หน้าองค์รูปหล่อองค์หลวงพ่อทวด
    บัดนี้รูปหล่อหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งหล่อด้วยโลหะผสม หน้าตักกว้าง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร บนฐานสูง 3 ชั้น ชั้นล่างกว้าง 70 เมตร ยาว 70 เมตร ได้จัดสร้างเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย พร้อมที่จะให้พุทธศาสนิกชนทั่วทั้งประเทศได้เดินทางมานมัสการกราบไหว้ เคารพสักการะ ด้วยเส้นทางที่สะดวกต่อการคมนาคม
    นอกจากนี้ที่วัดห้วยมงคลแห่งนี้ยังมีหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดแกละสลักจากได้ตะเคียนทองขนาดใหญ่อายุกว่าพันปี ที่ฝังอยู่ในทรายใต้แม่น้ำยม จังหวัดแพร่ลึกกว่า 10 เมตร ชาวบ้านเชื่อกันว่าต้นไม้ที่มีแก่นสูง 1 คืบขึ้นไปจะมีรุกขเทวดาสถิตอยู่เพื่อดูแลปกป้องคุ้มครองคนที่มาสักการบูชา เมื่อนำต้นตะเคียนทองมาทำรูปเคารพ เช่นแกะเป็นหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดจึงมีอนุภาพและความศักดิ์สิทธิ์เป็นทวีสิทธิ์ ดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ


วัดหนองเผาถ่าน หลวงพ่อทันใจ

มีสถานที่สำหรับอบรมพอสมควร ห้องสุขา ห้องน้ำ ก็มีพอรองรับผู้เข้าอบรมได้  มีลานหญ้าไว้สำหรับปฏิบัติการเดินจงกรม และนั่งกรรมฐาน
มีบรรยากาศที่เหมาะแก่การเข้าร่วมปฏิบัติธรรม และสถานที่ยังตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ให้ความร่วมมือกับทางวีดเป็นอย่างดี
ในด้านอาหารเครื่องดื่ม ก็มีพอสำหรับผู้เข้าปฏิบัติธรรม


วัดถ้ำรงค์

วัดถ้ำรงค์ อีกหนึ่งแหล่งรวมจิตใจของชาวถ้ำรงค์ มีบรรยากาศร่มรื่น มีโบสถ์เก่าแก่รูปทรงสูงสมส่วนสวยงาม ภายในมีรูปเคารพหลวงพ่อเทพ อดีตเจ้าอาวาส เกจิชื่อดังที่มรณะเมื่อปี 2525 หลวงพ่อเทพเป็นพระปฏิบัติมีญาณแก่กล้า มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย

"ถ้ำเขารงค์รูปช้าง ยางนาใหญ่ แม่น้ำเพชรใส หลวงพ่อเทพเลื่องลือไกล พระดำใหญ่คู่ตำบล"
คำขวัญประจำตำบลถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

แม่กิ้มไล้


ขสมก.ไหว้พระ 9 วัด เขต3.อู่สำโรง

โปรแกรม9วัด