โปรแกรม ที่ 11


วัดคลองโคลน


วัดเขายี่สาร

ตั้งอยู่ที่บ้านเขายี่สาร ตำบลเขายี่สาร เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พระวิหาร บนยอดเขามีลักษณะเป็นรูปเรือ

เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอยซึ่งเป็นองค์ประธานของวัด พระมณฑปและบานประตูสลักไม้ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายนับเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูง พระอุโบสถบูรณะใหม่ประดิษฐ์ลวดลายปูนปั้นด้วยฝีมือช่างเมืองเพชร ภายในมีภาพจิตรกรรมฝีมือเดิม บานหน้าต่างเป็นรูปบุคคลในพงศาวดารจีน ถ้ำพระนอนประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ซึ่งมีนิ้วพระบาทเก้านิ้ว นอกจากนี้ด้างล่างยังมีศาลประดิษฐานหลวงพ่อปู่ศรีราชามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านทั่วไป มีงานนมัสการหลวงพ่อปู่กลางเดือนอ้ายของทุกปี



วัดปากลัด(หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ 5 พระองค์)
วัดปากลัด ตั้งอยู่เลขที่ 14 บ้านปากลัด หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านน้อย อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 75 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว 60 วา ติดต่อกับที่ดินของนายเบี้ยว สังข์เมือง ทิศใต้ยาว 60 วา ติดต่อกับที่ดินของนางนวม ภู่คำมี ทิศตะวันออกยาว 117 วา ติดต่อกับที่ดินของนายประเทือง ภู่น้อย ทิศตะวันตกยาว 117 วา ติดต่อกับแม่น้ำยม และที่ดินของนายจีน ปามศรี สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2466 มีนามตามชื่อหมู่บ้านประชาชนร่วมใจกันสร้าง เสนาสนะของวัดมี ศาลาการเปรียญ หอสอดมนต์ และกุฏิสงฆ์จำนวน 6 หลัง มีพระภิกษุอยู่ประจำ 2 รูป


 


วัดเขาตะเครา
วัดเขาตะเครา  "หลวงพ่อทอง" เป็นพระพุทธรูปนั่ง ปางมารวิชัย หล่อด้วยสำริด หน้าตักกว้าง 21 นิ้ว และสูง 29 นิ้ว ปิดทองคำเปลวอร่ามทั้งองค์

           ไม่มีหลักฐานระบุสร้างปีใด ใครเป็นผู้สร้าง มีเพียงตำนานเอ่ยถึง โดยเรื่องที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด มีรายละเอียด ดังนี้ มีพระสงฆ์ 2 รูป สามเณร 1 รูป ทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน และมีฤทธิ์เดชเวทมนต์แรงกล้ามาก ทั้ง 3 ได้ทดลองวิชา โดยรูปแรกได้ทำน้ำมนต์ไว้และสั่งรูปที่ 2 ว่า "เดี๋ยวจะกระโดดลงน้ำแล้วจะกลายเป็นพระพุทธรูปลอยขึ้นมา แล้วให้ใช้น้ำมนต์รดลงไปก็จะกลับเป็นพระสงฆ์ตามเดิม"

          แต่เมื่อกระโดดลงไปแล้วลอยขึ้นมาเป็นพระพุทธรูป รูปที่ 2 ก็ไม่รดน้ำมนต์ให้ โดยบอกว่า "เมื่อพี่ทำได้เราก็ทำได้" และได้สั่งให้สามเณร รดน้ำมนต์ให้ แล้วก็กระโดดลงน้ำ กลายเป็นพระพุทธรูปลอยขึ้นมา 

          เมื่อสามเณรเห็นว่า พระทั้ง 2 รูปทำได้ เราก็ทำได้เหมือนกัน จึงกระโดดลงน้ำแล้วกลายเป็นพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ โดยที่ไม่มีใครนำน้ำมนต์รดให้ จึงกลายเป็นพระพุทธรูปลอยน้ำอยู่เช่นนั้น

          ต่อมาได้แสดงอภินิหาร โดยลอยทวนน้ำไปขึ้นที่ ช.พัน 2 ทหารช่างอยุธยา ภายหลังเรียกว่า คุ้ง 3 พระทวน ปัจจุบันเรียกเพี้ยนไปเป็น สัมประทวน

          ช่วงเวลาต่อมา ได้ลอยน้ำโดยเอาเศียรวน ไปอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ชาวบ้านเห็นและมีผู้นำสายสิญจน์ไปผูก พร้อมปลูกศาลเพียงตา อาราธนาอัญเชิญองค์กลางขึ้น ไว้ได้ 1 องค์ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่วัดโสธรวราราม มีชื่อเรียกว่า "หลวงพ่อโสธร" จ.ฉะเชิงเทรา

          เหลืออีก 2 องค์ ลอยมาโผล่ที่ชายทะเลแถบ จ.สมุทรสงคราม ชาวบ้านจึงได้ใช้เชือกจำนวน 3 เส้น ผูกพระพุทธรูปเพื่อดึงขึ้นฝั่ง แม้จะใช้คนจำนวนมาก ก็ไม่สามารถดึงขึ้นได้ จนเชือกขาดทั้ง 3 เส้น พระพุทธรูปจึงจมน้ำหายไป ต่อมาชาวบ้านจึงได้เรียกบริเวณนั้นว่าสามเส้น และต่อมาเรียกเพี้ยนเป็นสามเสน

          ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2302 สมัยปลายกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุงต่อพม่า ชาวบ้านแหลม จ.เพชรบุรี ได้อพยพหนีพม่าไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ปากคลองแม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ใกล้กับวัดบ้านแหลม หรือวัดเพชรสมุทร ซึ่งวัดนี้ในอดีตมีชื่อว่าวัดศรีจำปา

           ระหว่างที่ชาวประมงได้ออกเรือหาปลา ได้ลากอวนไปติดพระพุทธรูป 2 องค์ โดยองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปแบบนั่งและอีก 1 องค์ เป็นแบบยืน จึงได้ช่วยกันนำพระพุทธรูปปางยืน ไปประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลม ต่อมา ชาวบ้านได้เรียกว่า "หลวงพ่อวัดบ้านแหลม"

           ส่วนอีก 1 องค์ ซึ่งเป็นปางนั่งสมาธิได้มอบให้ชาวบางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เนื่องจากเป็นพี่น้องในย่านน้ำเดียวกัน ชาวบางตะบูน จึงได้นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา และเรียกชื่อพระพุทธรูปว่า "หลวงพ่อวัดเขาตะเครา"

          พระมงคลวชิราจารย์ เจ้าอาวาสวัดเขาตะเครา ได้เล่าถึงที่มาของชื่อหลวงพ่อทองแห่งวัดเขาตะเครา ว่า เดิมชาวบ้านจะเรียกพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ว่า หลวงพ่อวัดเขาตะเครา เป็นที่เคารพบูชาของชาวประมงเป็นอย่างมาก แต่ได้มาเปลี่ยนชื่อเรียกเป็นหลวงพ่อทองวัดเขาตะเครา หลังจากที่เกิดปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์ขึ้น เมื่อกลางคืนวันที่ 24 กันยายน 2527 ขณะที่อาตมาจำวัด ได้ฝันว่ามีพระอายุมากรูปหนึ่งนำถุงบรรจุทองคำยื่นให้ พร้อมกับพูดว่า เอาไป หลังจากนั้นก็หายไป

          ต่อมาวันที่ 28 กันยายน 2527 ได้เกิดไฟลุกไหม้ท่วมองค์หลวงพ่อวัดเขาตะเครา ขณะนั้นประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ ขณะไฟลุกไหม้ทำให้ทองคำหลอมไหม้ไหลออกมาจากองค์หลวงพ่อทอง เมื่อนำทองคำทั้งหมดมาชั่งน้ำหนัก ปรากฏว่าได้น้ำหนักถึง 9 กิโลกรัม 9 ขีด


           หลวงพ่อจึงได้นำเอาทองไปจัดทำเป็นลูกอมทองไหลหลวงพ่อทอง แล้วแจกจ่ายให้พุทธศาสนิกชนนำไปติดตัวและบูชา ได้ปัจจัยมาทั้งหมด 11 ล้านบาท เพื่อนำมาสร้างมณฑป โรงเรียน และศาสนสถานอื่นๆ สำหรับลูกอมหลวงพ่อทอง

           ต่อมาได้เกิดปาฏิหาริย์มากมาย โดยเฉพาะทางด้านแคล้วคลาด ทำให้ประชาชนเคารพศรัทธามากขึ้น และเรียกหลวงพ่อทองวัดเขาตะเครา ตลอดมาถึงปัจจุบัน

           สำหรับวัดเขาตะเครา ก็ไม่มีหลักฐานระบุสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เดิมพระอุโบสถอยู่บนยอดเขา ต่อมาย้ายพระอุโบสถลงมาเชิงเขา เพื่อความสะดวกเวลาปฏิบัติศาสนกิจ แล้วอัญเชิญหลวงพ่อทองลงมาที่ศาลาการเปรียญ ให้พุทธศาสนิกชนกราบสักการะ

          เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวทางจิตใจชาวเพชรบุรี และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ เล่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์เรื่องโชคลาภ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ที่สมัครเรียน สมัครงาน มักจะมาบนบานขอให้ได้ตามประสงค์ ผู้เจ็บไข้ได้ป่วยก็มักมาบนบานขอให้หาย


วัดบันไดทอง

หลวงพ่อสุข วัดบันไดทอง (24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2440 - 9 ตุลาคม พ.ศ. 2518) เป็นพระคณาจารย์อีกรูปหนึ่ง เป็นผู้มีเมตตาสูง ท่านเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อหนึ่ง วัดห้วยโรง เพชรบุรี ท่านจึงมีวิทยาคมไม่แพ้เกจิอาจารย์อื่น ๆ [1] ในรุ่นราวคราวเดียวกับท่านเป็นที่เคราพนับถือของชาวบ้านในถิ่นนั้นตลอดจนถิ่นอื่น ๆ เป็นอันมาก วัตถุมงคลของท่าน สร้างไว้ ก็มีเหรียญ พระปรกใบมะขาม และลูกอม ดีทางเมตตาและป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ

ประวัติ

ท่านมีนามเดิมว่า ทองสุข กลิ่นนาค เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2440 ที่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลห้วยโรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี บิดามารดามีอาชีพทำนา อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2464 ที่วัดห้วยโรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี โดยมีพระอธิการหนึ่ง วัดห้วยโรง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์นิ่ม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เซ่ง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า สุจิตโต[2] ในระหว่างที่เป็นพระได้ศึกษาวิชาอักขระขอมจนแตกฉาน ต่อมาจึงได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดบันไดทอง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี พ.ศ. 2479 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส และได้รับสมณศักดิ์ต่าง ๆ มากมาย ดังนี้ เป็นพระครูชั้นประทวน เป็นเจ้าคณะตำบล เป็นพระครูสุตานโยค และเป็นพระอุปัชฌาย์ ตามลำดับ



ซื้อของฝากขนมหม้อแกง(แม่กิมไล้)


ชมดอนหอยหลอด(ซื้อหลอดสดและปลาแห้งปลาเค็มอาหารทะเล)

ขสมก.ไหว้พระ 9 วัด เขต3.อู่สำโรง

โปรแกรม9วัด