โปรแกรมปราจีนบุรี 21

ตลาดคลองสวน 100

ตลาดคลองสวน 100 ปี ตั้งอยู่ริมคลองประเวศน์บุรีรมย์ ในพื้นที่ 2 จังหวัดคือ ตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา และตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ตลาดคลองสวนเป็นตลาดเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 หากย้อนกลับไปในอดีต การเดินทางโดยเรือ จะสะดวกและรวดเร็วที่สุด ถ้าเดินทางจาก ฉะเชิงเทราเข้ากรุงเทพ ฯ จะต้องใช้เรือเมล์ขาวของนายเลิศ ซึ่งมีเพียงลำเดียว รับคนจากประตูน้ำท่าถั่ว ผ่าน
ตลาดคลองสวนก่อนจะแล่นเข้าสู่ประตูน้ำ (วังสระปทุม) กรุงเทพมหานครเมื่ออดีต ตลาดคลองสวน เป็นจุดแวะพัก และเป็นศูนย์รวมของชุมชน จุดแลกเปลี่ยนสินค้าและเป็นเส้นทางคมนาคม ที่สำคัญและสะดวก ที่สุด หากมีงานกุศล เช่น การขุดคลอง ทำถนน ต่างก็จะมาร่วมแรงร่วมใจ พัฒนาสาธารณูปโภคร่วมกันจุดพบปะ นั่น คือร้านกาแฟ ทุกคนแม้ต่างศาสนา ก็สามารถเข้ามาที่จุดนัดพบแห่งนี้ได้ มาแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ การดำเนินชีวิต พูดคุยเรื่องข่าวสารเหตุบ้านการเมือง ร้านกาแฟ จึงเป็นเสมือนแหล่งนัดพบที่ผู้คนในชุมชนต้องมา พบกัน เป็นประจำทุกเช้าอย่างขาดเสียมิได้ แม้ในทุกวันนี้ร้านกาแฟ ก็ยังเป็นจุดนัดพบของชุมชน

วัดสระมรกต

โบราณสถานสระมรกต" ตั้งอยู่ในเขตอำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ประกอบด้วยรอยพระพุทธบาทคู่ ซึ่งสลักลงไปในพื้นศิลาแลงธรรมชาติลักษณะเหมือนจริง เป็นรอยพระพุทธบาทเก่าแก่ที่สุดในเมืองไทย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 11-13 และกลุ่มอาคารพุทธศาสนามหายาน มีแผนผังแบบเดียวกับอโรคยศาลาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างทับของเดิมราวพุทธศตวรรษที่ 17-18รอยพระพุทธบาทคู่" เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวบ้านมาเป็นเวลานานแล้ว กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในสมัยก่อนได้นำชื่อโบราณสถานดังกล่าวแจ้งไปยังราชบัณฑิตยสภา เพื่อประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสำคัญของชาติ ในปี พ.ศ. 2478 เดิมน่าจะมีสภาพสมบูรณ์กว่าที่เป็นอยู่ แต่เนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นเหตุให้มีการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนศิลาแลงไป ทุบย่อยเพื่อสร้างอุโบสถของวัดต่าง ๆ ในพื้นที่แถบนี้ เช่น วัดสระข่อย วัดต้นโพธิ์ วัดม่วงขาว วัดโคกปีบ 

ต่อมาเมื่อมีการขุดแต่งโบราณสถานแห่งนี้ ทำให้เห็นร่องรอยต่าง ๆ จากรูปแบบแผนผังของอาคารต่าง ๆ เข้าข่ายลักษณะของ อโรคยศาลา หรือสุขศาลาในสมัยโบราณ กล่าวคือมีสระน้ำใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออก ก่อนเข้าสู่กลุ่มอาคารจะมีสระน้ำเล็กอยู่ ขวามือมีโคปุระหรือซุ้มประตูอยู่ทางทิศตะวันออกชักปีกกาออกสองข้างเป็นกำแพงแก้ว ภายในทางซ้ายมือเป็นที่เก็บตำราหรือคัมภีร์ ภายในส่วนกลางจะเป็นปรางค์ประธาน ซึ่งมักจะเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ไภสัชคุรุไวฑูรยประภา ผู้รักษาโรค

วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์

ต้นโพธิ์หรือต้นศรีมหาโพธิ์นั้นเป็นต้นไม้มงคลและมีความสำคัญยิ่งในพระพุทธศาสนา  เพราะเป็นสถานที่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ปรินิพพาน ซึ่งในพระพุทธศาสนายกให้ต้นโพธิ์เป็นศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์   และเรามักจะพบเห็นต้นโพธิ์อยู่ภายในวัดพุทธศาสนาแทบทุกแห่งของเมืองไทย ในพุทธศาสนาเดิมนั้นกล่าวไว้ว่า ถ้าผู้ใดไหว้บูชา ต้นโพธิ์เสมือนได้บูชาองค์พระพุทธเจ้าเช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบันความเชื่อนี้ได้จางหายไปจากสังคมยุดใหม่ครับ เมื่อเราพบต้นโพธิ์อยู่ในที่ต่าง ๆ มีหลาย คนตั้งคำถามอยู่ในใจเสมอว่าต้นโพธิ์ตนแรกที่นำมาปลูกในเมืองไทยอยู่ที่ไหนกันแน่ ครั้งนี้ดูเอเซีย มีคำตอบให้ครับ

เราพามาตามรอยอารยธรรมทวารวดี ที่เมืองโบราณศรีมโหสถ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี   พร้อมบูชาพระคู่เมืองศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อทวารวดี และเข้าไปสักการะเยี่ยมชมต้นโพธิ์ต้นแรกที่เข้ามาปลูกในดินแดนสยามของเรา ซึ่งเป็นหน่อเดียวกับพระศรีมหาโพธิ์สถานที่ตรัสรู้พุทธคยา ที่ประเทศอินเดีย  เป็นต้นโพธิ์ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมืองไทยเรา ไปกันเลยครับ ที่วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์

 จังหวัดปราจีนบุรีมีเมืองโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ก็คือเมืองศรีมโหสถ  ซึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญมากเมืองหนึ่ง ลักษณะเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมค่อนข้างรี มีการพัฒนาทางศิลปวัฒนธรรมมาโดยลำดับ ตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 11  เนื่องจากเป็นเมืองท่าชายทะเล จึงมีการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าทั้งกับจีนและอินเดีย ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมฟูนัน  มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์สมัยทวารวดีหลายแห่งอาทิ เช่น สระแก้ว สระขวัญ สระมรกต รอยพระพุทธบาทคู่ เป็นต้น


วัดสง่างาม

ยากลอดใต้ท้องพระอุโบสถเพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต อย่าลืมแวะวัดสง่างามอันเป็นวัดแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีการยกพระอุโบสถขึ้นทั้งนี้มีสาเหตุมาจากทุกเดือนกรกฎาคมและตุลาคมของทุกปี แม่น้ำปราจีนบุรีจะเข้าท่วมรอบพระอุโบสถสูงประมาณ 1 เมตร ทำให้พระสงฆ์ต้องทำสังฆกรรมด้วย ความยากลำบาก นี่เองจึงเป็นที่มาของการยกฐานพระอุโบสถสูง 1.59 เมตร ซึ่งขณะทำการบูรณะอยู่นั้น มีประชาชนเดินทางมาลอดใต้ท้องพระอุโบสถจำนวนมาก แต่ละคนตั้งจิตอธิษฐานให้หายจากโรคภัย รวมทั้งมีโชคลาภต่างๆและล้วนสมปรารถนา ความศักดิ์สิทธิ์ของพระอุโบสถหลังนี้จึงเป็นที่โจษจัน และหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางมาลอดใต้พระอุโบสถกันอยู่เสมอ พร้อมกับแวะปิดทองหลวงปู่ผิว (พระครูสีลวิสุทธาจารย์) อดีตเจ้าอาวาสเพื่อขอพรและเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต

วัดแก้วพิจิตร

วัดแก้วพิจิตร ตั้งอยู่ริมฝั่งด้านขวาของแม่น้ำบางปะกง ถนนแก้วพิจิตร ตำบลหน้าเมือง ในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดนิกายธรรมยุติวัดแรกของจังหวัดปราจีนบุรี สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2422 โดยเศรษฐีนีใจบุญชาวปราจีนบุรีชื่อนางประมูล โภคา (แก้ว ประสังสิต) ภรรยาของขุนประมูลภักดี ต่อมาในปีพ.ศ. 2461 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่เพื่อทดแทนหลังเก่าที่ชำรุกผุพัง จึงมีลักษณะทางสถาปัตยกรรม และลวดลายประดับอาคารผสมผสานระหว่างศิลปะไทย จีน ยุโรปและเขมร

พระประธานสร้างเมื่อปีพ.ศ.2462 โดยเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า หลวงพ่ออภัยวงศ์ หรือ หลวงพ่ออภัย เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศรผู้สร้าง และเป็นพระพุทธรูปปางอภัยทาน ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดบนแผ่นผ้าเกี่ยวกับเรื่องราวในพระพุทธศาสนา เช่น ทศชาติชาดก มารผจญ วาดโดยช่างหลวงในรัชกาลที่ 6 ฝาผนังด้านนอกพระอุโบสถมีภาพปูนปั้นเรื่องรามเกียรติ์ ด้วยพระอัฉริยภาพของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ท่านได้สร้างปริศนาธรรมแทรกไว้ตามที่ต่างๆ เช่น นาฬิกาที่ไม่ยอมเที่ยงอยู่ที่ซุ้มประตูเรือนแก้ว สร้างปริศนาด้านการปกครอง เช่น รูปสิงห์โตตัวผู้เพียงตัวเดียวไว้ที่บานหน้าต่าง ด้านหน้าพระอุโบสถมี อาคารเรียนหนังสือไทย นักธรรมบาลีเป็นอาคารคอนกรีต รูปสถูปโดม ศิลปะกรีกหรือโรมันอยู่หลังหนึ่ง

>

 

 

 

 





ขสมก.ไหว้พระ 9 วัด เขต3.อู่สำโรง

โปรแกรม9วัด