โปรแกรม ราชบุรี 22

วัดหนองโพ

วัดหนองโพเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุและมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อดำอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาแก่คนโพธาราม และด้วยภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามน่าชม เป็นอีกหนึ่งวัดน่าเข้ามาเยี่ยมชมของจังหวัดราชบุรีครับผู้คนมากมายเข้ามากราบไหว้หลวงพ่อดำด้วยความเชื่อความศรัทธา

วัดหลวงพ่อสด

หลวงพ่อสดะรรมกายาราม นี้ได้รับการประกาศตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2534 ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 20 ปี ได้ริ่เริ่มโครงการให้การศึกษาอบรมและเผยแผ่พระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าอย่างกว้างขวางออกไปทั่ว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ โครงการธรรมปฏิบัติเพื่อประชาชน โครงการพุทธภาวนาวิชชา มูลนิธิพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย เป็นต้น นอกจากการเผยแพร่คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ภารกิจหลักของการทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามวาระและเทศกาลต่างๆ โดยในฤดูร้อน (ช่วงเมษาถึงพฤษภา) วัดแห่งนี้จะจัดบวชเณรภาคฤดูร้อนอีกด้วย วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลแพงพวย ถนนบางแพ-ดำเนินสะดวก หากเดินทางมาจากบางแพ วัดอยู่ขวามือก่อนถึงแยกดำเนินสะดวก 10 กิโลเมตร พระอุโบสถสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย และเป็นที่เก็บรักษาพระพุทธรูปหยกปางต่าง ๆ ภายในวัดมีอุทยานการศึกษา และสวนป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯพื้นที่กว่า 200 ไร่ วัดนี้ได้รับรางวัลสวนป่าดีเด่นจากกรมป่าไม้ ประจำปี 2539 นอกจากนี้ยังเป็นสำนักเรียนภาษาบาลีประจำจังหวัด มีนิทรรศการเกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุ และมีการสอนปฏิบัติธรรมวิปัสสนาสำหรับชาวไทย และชาวต่างประเทศ

วัดขนอน หนังใหญ่

หนังใหญ่  เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมไทย  ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นการแสดงชั้นสูง  เป็นการแสดงที่รวมศิลปะที่ทรงคุณค่าหลายแขนง  ได้แก่  ด้านศิลปะการออกแบบลวดลายไทยเชิงจิตรกรรมที่มีความวิจิตรบรรจง  ผสมกับฝีมือช่างแกะสลักที่ประณีต  เมื่อแสดงก็จะมีการนำศิลปะทางนาฏศิลปืการละคร  ที่เคลื่อนไหวอย่างได้อารมณ์ ตามเนื้อเรื่อง  ประกอบกับบทพากย์  บทเจรจา  บทขับร้อง  ดนตรีปี่พาทย์  ทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องราว  และให้อรรถรสทางศิลปะแก่ผู้ชมได้อย่างสมบูรณ์  การแสดงหนังใหญ่จึงมีคุณค่าทางศิลปะสูง  และแสดงถึงอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษไทยได้เป็นอย่างดี

ประวัติความเป็นมา

มหรสพที่เก่าแก่ของไทยนี้ กล่าวกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่หลักฐานการแสดงหนังใหญ่เริ่มมี สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) นับเป็นมหารสพที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในสมัยรัตนโกสินทร์ปรากฏหลักฐานในการแสดงหนังใหญ่ ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ร.1) ว่าทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องอิเหนา เพื่อใช้แสดงเพิ่มขึ้นจากเรื่องรามเกียรติ์ สมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2) มีหลักฐานการสร้างตัวหนังใหญ่และบทวรรณคดีที่ใช้ในเรื่องรามเกียรติ์ ใช้แสดงหนังใหญ่ชุดพระนครไหว ซึ่งต่อมาได้มีการนำมาเก็บไว้ ณ โรงละครแห่งชาติหลังเก่า แต่ถูกไฟไหม้เกือบหมด สมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) พบการทำหนังใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี และหนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี

ประะวัติหนังใหญ่วัดขนอน

หนังใหญ่วัดขนอน ได้มีการสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ผู้ริเริ่มในการแกะสลักตัวหนังคือ ท่านพระครูศรัทธาสุนทร (หลวงปู่กล่อม) เกิดปีวอก พ.ศ.2391 มรณภาพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2485 รวมอายุได้ 95 ปี ท่านมีความคิดที่จะสร้างหนังใหญ่ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม จึงได้ชักชวนครูอั๋ง ช่างจาด ช่างจ๊ะ และช่างพ่วง มาร่วมกันสร้าง ชุดแรกที่สร้างคือ ชุดหนุมานถวายแหวน ต่อมาได้สร้างเพิ่มอีกรวม 9 ชุด ปัจจุบันมีตัวหนัง 313 ตัว นับเป็นสมบัติวัดที่ได้ร่วมรักษาสืบทอดกันมาเป็นเพียงวัดเดียวที่มีมหรสพ เป็นของวัด มีตัวหนัง และคณะหนังใหญ่ที่สมบูรณ์อยุ่ในความอุปถัมป์ของวัดสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

วัดคงคาราม

วัดคงคาราม ต.คลองตาคต อ.โพธาราม ราชบุรี อยู่ห่างจากจังหวัด 22 กิโลเมตรที่นี่มีชื่อเสียงเรื่อง   จิตรกรรมฝาผนังวัดคงคารามอายุไม่ต่ำกว่า 250 ปี  สวยปราณีตฝีมือช่างชั้นสูง  หาชมได้ยากในปัจจุบัน  เหล่าบรรดาผู้ศึกษาในจิตรกรรม จะต้องมาศึกษา คัดลอก ต้นฉบับที่นี่เป็นอันดับแรกๆ  วัดคงคารามเป็นวัดมอญ สร้างขึ้นโดยพระยามอญ   ซึ่งอพยพเข้ามาตามลำน้ำแม่กลองมา ตั้งถิ่นฐานอยู่เหนือเขตอำเภอโพธาราม  ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาต่อกับกรุงธนบุรีและต้นรัตนโกสินทร์  และอีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรม กุฏิเรือนไทย 9 ห้องสร้างในสมัยธนบุรี ปัจจุบันจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน รวบรวมวัตถุเก่าแก่ซึ่งเกี่ยวข้องกับท้องถิ่นไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาภาพจิตรกรรมฝาผนัง อายุไม่ตำกว่า 250 ปี เป็นภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ ภาพสวรรค์ชั้นต่างๆ ภาพอดีตของพระพุทธเจ้า ที่ประทับบนบัลลังก์ ภาพพระพุทธประวัติและพระพุทธชาติชาดก ภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือละเอียดอ่อน เหมือนถ่ายทอดจาก ต้นแบบที่มี ชีวิตจริงเขียนขึ้นในสมัยรัตนโกสินตอนต้นนอกจากพระอุโบสถยังมีหมู่กุฏิสงฆ์ ขนาด 9 ห้องและ 7 ห้อง มีการสลัก บานหน้าต่างงดงาม มาก วัดคงคารามเป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณ สร้างมาตั้งแต่สมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด แต่ที่ทราบเป็นเพียงการบอกเล่าต่อ กันมาว่าอาจจะสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายหรือกรุงธนบุร หรือรัตนโกสินตอนต้นวัดคงคารามสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อกรุงธนบุรี โดยชาวมอญรามัญที่เปลี่ยนถิ่นอาศัยมาตามลำน้ำแม่กลองได้ร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์วัดคงคารามซึ่งมีมาก่อนแล้วนั้นขึ้นเป็นวัดกลาง เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมในการร่วมทำสังฆกรรมของสงฆ์แบบรามัญนิกาย โดยมีชื่อเรียกเป็นภาษามอญว่า “เกี้ยโต้” วัดคงคารามเจริญรุ่งเรืองในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 ได้รับการอุปถัมภ์โดยเจ้าจอมมารดากลิ่น และทูลเกล้าฯ ถวายให้เป็นพระอารามหลวง ซึ่งได้รับพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดคงคาราม” โบราณสถานที่สำคัญภายในวัดคงคารามคือ พระอุโบสถ ซึ่งมีเจดีย์ทรงรามัญ 7 องค์ รายรอบ เป็นตัวแทนของพระยามอญทั้ง 7 ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังอันทรงคุณค่าทางศิลปะ เป็นฝีมือช่างสกุลกรุงเทพฯ ช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 3 นอกจากนั้นยังมีเรือนไทยที่มีค่าและมีความสวยงาม ปัจจุบันเรือนไทยกุฏิ 9 ห้อง ได้ถูกจัดตั้งให้เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคงคาราม รวบรวมศิลปะของมีค่าของชาวมอญมาตั้งแต่โบราณ

วัดโบสถ์

หากจะพูดถึงความเชื่อ สำหรับคนเราคงจะห้ามความคิดใครไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับวิจารณญานของแต่ละบุคคล แต่สำหรับโดยส่วนตัวแล้ว ต้องบอกว่าเชื่อเพราะมักจะเจอเรื่องที่เหนือธรรมชาติและมิอาจจะอธิบายได้บ่อยๆ ยิ่งปีนี้ปีมะเมียเป็นปีชง วันเกิดปีนี้จึงได้เดินทางไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดโบสถ์ ดโบสถ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี อยู่ใกล้ๆ กับวัดบ้านเลือก ทางเข้าวัดโบสถ์จะเลยวัดบ้านเลือกไม่ไกลนักจะเห็นป้ายเขียนว่า “วัดโบสถ์” ก็ขับรถเข้ามาทางเรื่อยๆ หากใครหลงก็สามารถถามทางจากชาวบ้านแถวนั้นได้วันนี้ตั้งใจมาถวายสังฆทานก็เลยตรงมากุฏิหลวงพ่อเขียน (พระครูโพธารามพิทักษ์) มาถวายสังฆทานกับหลวงพ่อ ซึ่งก็โชคดีที่วันนี้หลวงพ่ออยู่พอดี แต่ก็มีคนเข้ามาถวายสังฆทานไม่ขาดสาย พอเสร็จหลวงพ่อก็จะเจิมที่หน้าผากกับมือ แล้วก็ให้พรดีๆ กลับบ้าน บางคนก็เอากระเป๋าสตางค์ให้หลวงพ่อเจิมด้วยล่ะ เมื่อถวายสังฆทานเสร็จก็กำลังจะกลับแล้วล่ะ แต่เห็นคนมาทำอะไรกันเต็มศาลาเลยล่ะเนี่ย ถามคนที่มานั่งรอเค้าบอกว่า มาสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา น่าสนใจ ไหนๆ วันนี้ก็มาทำบุญแล้ว ก็สะเดาะเคราะห์เสียหน่อยตามธรรมเนียมของคนที่มีความเชื่อ

พิธีเริ่มจากเขียนชื่อที่โต๊ะเขียนโดยกรอกรายละเอียด ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด แล้วก็อายุ วันเกิด ใส่กระดาษที่ทางวัดจัดเตรียมให้ แล้วก็มายื่นที่โต๊ะเรียกชื่อ แล้วก็ไปนั่งรอเรียกชื่อที่เก้าอี้ที่ทางวัดจัดให้ ซึ่งก็จะมีรอบการทำพิธี ต้องบอกก่อนว่าหากจะมาสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาที่วัดแห่งนี้ต้องมาวันที่ไม่ใช่วันพระนะ

หลังจากนั่งกันอยู่สักพัก เจ้าหน้าที่ของวัดให้ครอบครูก่อนโดยนำเส้นด้ายมาครอบหัวหนึ่งครั้งแล้วให้เทียนมาหนึ่งอัน 

วัดพระศรีอารย์

อุโบสถทองคำ   ณ วัดพระศรีอารย์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรีแสดงถึงความยิ่งใหญ่อลังการแห่งพลังศรัทธาของชาวราชบุรีที่มีต่อ พระพุทธศาสนาในการก่อสร้างอุโบสถทองคำมูลค่าร้อยล้าน ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 37 ปี

  • ชมลวดลายปูนปั้นที่สร้างขึ้นเฉพาะไม่มีแบบสำเร็จรูป
  • ฝาผนังแต่งแต้มด้วย จิตรกรรมเรื่องพระมหาชนก พระเจ้า ๕ พระองค์
  • กราบไหว้พระศรีอารย์พระพุทธรูปคู่วัด  พระพุทธลักษณะสมัยคันธาระ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพกราบไหว้
  • พระประธาน พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะพม่า สร้างด้วยหยกขาวทั้งองค์
  • กราบสักการะร่าง ของหลวงพ่อขันธ์ที่ ไม่เน่าเปื่อยอยู่ในโลงแก้ว
  • ชมโบสถ์หลังเก่าและบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
  • แหล่งเรียนรู้การทำว่าวไทยกับปราชญ์ชาวบ้าน
  • ศูนย์อบรมค่ายพุทธบุตร สอนให้ยุวชนเข้าใจถึงหลักคำสั่งสอนของพระพุทธองค์

เหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อมาที่ วัดพระศรีอารย์

ประวัติวัดพระศรีอารย์

วัดพระศรีอารย์ ตั้งอยู่เลขที่ 139 ซอยสุขาภิบาล 8 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีเนื้อที่โดยประมาณ 40 ไร่ รอบๆบริเวณวัดโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง มีต้นไม้ใหญ่อยู่มากมาย มีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การใช้เป็นแหล่งปฏิบัติธรรม  แต่เดิมสร้างสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี 2275 มีอายุประมาณ 280 ปี เดิมชื่อวัดสระอาน ไม่มีพระภิกษุมาอยู่จำพรรษา   อุโบสถเดิมก่ออิฐถือปูนขนาด กว้าง 4 เมตร ยาว 9 เมตร เป็นอุโบสถมหาอุดเข้าออกได้ทางเดียว มีสระน้ำโบราณอยู่คู่กับ อุโบสถด้านทิศเหนือ มีน้ำขังตลอดทั้งปี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสระน้ำเก่าที่ศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่ขุดค้นพบนั้นมีสภาพเก่าชำรุดทรุดโทรมมาก ภายในอุโบสถมีพระประธานที่เก่าแก่ เป็นอิฐเผาถือปูน บริเวณรอบๆ อุโบสถเป็นป่ามีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมอยู่ จนถึงประมาณปี 2475  เริ่มมีพระภิกษุเข้ามาพักจำพรรษาเรื่อยมาในปี 2500 ได้เปลี่ยนชื่อจาก วัดสระอาน มาเป็น วัดพระศรีอารย์

อุโบสถทองคำร้อยล้าน ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 37 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510  โดย พระครูสิริพัฒนกิจ (หลวงพ่อขันธ์ กนฺตธโร) อดีตเจ้าวัดพระศรีอารย ์ เป็นผู้ริเริ่ม และได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ การก่อสร้าง อุโบสถครั้งนี้ เพื่อใช้เป็น สถานที่ประกอบพิธีกรรมของภิกษุสงฆ์ อีกทั้ง ยังเป็น กาาแสดงถึงมรดกของไทย ด้านศิลปกรรม และจิตรกรรม  อุโบสถทำจากคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ประดับด้วยลวดลายรูปปั้น เป็นฝีมือช่างพื้นบ้าน อุโบสถหลังใหม่นี้ไม่มีแบบสำเร็จรูป เป็นการสร้างตามแบบที่หลวงพ่อขันธ์ ต้องการ และที่ สำคัญไม่มีการตอกเสาเข็ม เพราะ ในสมัยนั้น การก่อสร้างในต่างจังหวัด ยังไม่มีการ ตอกเสาเข็ม เพียงแต่นำหินมาถมและเทคานรองรับเพื่อสร้างตัวอุโบสถได้เลย ช่างผู้รับงานก่อสร้างเป็นคนบ้านพระศรีอารย์ ส่วนแรงงานเป็นการลงแรงของคนในชุมชน และใกล้เคียง การก่อสร้าง  ส่วนมากทำในเวลาที่ว่างจากงานประจำของชาวบ้าน กระทั่งในปี ๒๕๑๗ เกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ชาวบ้านหวั่นวิตกว่า อุโบสถที่อยู่ระหว่าง ก่อสร้างจะพังลงมา เพราะไม่มีเสาเข็ม แต่หลัง จากน้ำลดลงแล้ว ไม่ปรากฏความเสียหายใดๆ



 

 

 





ขสมก.ไหว้พระ 9 วัด เขต3.อู่สำโรง

โปรแกรม9วัด