โปรแกรม ที่ 3



วัดวัดอัมพวัน (หลวงพ่อจรัญ)
วัดอัมพวัน สิงห์บุรี เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ดังมีหลักฐานจากศิลาจารึก ตู้พระไตรปิฎก และหลักฐานอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งท่านสามารถหาอ่านได้ในหนังสือกฎแห่งกรรม - ธรรมปฏิบัติ ในปัจจุบันวัดอัมพวัน โดยพระเทพสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) ได้เปิดสำนักฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ขององค์พระศาสดาสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสอนให้แก่ผู้ใคร่ฝึกปฏิบัติธรรม ได้รับความรู้ที่ถูกต้องในการปฏิบัติ ตลอดจนอบรมธรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นในที่สุด
วัดอัมพวัน สิงห์บุรี เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ดังมีหลักฐานจากศิลาจารึก ตู้พระไตรปิฎก และหลักฐานอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งท่านสามารถหาอ่านได้ในหนังสือกฎแห่งกรรม - ธรรมปฏิบัติ ในปัจจุบันวัดอัมพวัน โดยพระเทพสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) ได้เปิดสำนักฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ขององค์พระศาสดาสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสอนให้แก่ผู้ใคร่ฝึกปฏิบัติธรรม ได้รับความรู้ที่ถูกต้องในการปฏิบัติ ตลอดจนอบรมธรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นในที่สุด




วัดพระปรางค์มุณี

นารีผลหรือมักกลีผลที่เคยพบที่วัดอัมพวัน สิงห์บุรี แล้วย้ายมาที่วัดพระปรางค์มุนี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี มีอยู่ 2องค์คู่กัน เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้พบนารีผลที่เรียกว่า "แม่นารีผล"อีก1องค์ที่วัดป่าพรหมยาน จ.ฉะเชิงเทราครับ ใครผ่านไปมาหรืออยู่ไม่ไกลนัก ก็เชิญไปแวะกราบไหว้ขอพรเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตนเองได้ครับ....
นอกจากแม่นารีผลแล้ว ยังมีพระเขี้ยวแก้ว พระแม่เจ้าสุรัสวดีศรีโสภาค พระบรมสารีริกธาตุได้กราบไหว้ อธิษฐานจิตด้วย ใครต้องการไปพระนิพพาน
ถ้าใครไปวัดนี้ อย่าลืมไปกราบไหว้พระประธานในโบสถ์นะครับ ชื่อว่าหลวงพ่อทันจิต ศักดิ์สิทธิ์มากๆเลย ท่านเคยแสดงปาฏิหาริย์เป็นสำแสงสว่างสวยงามให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้พบเห็นและถ่ายภาพไว้ได้ นำมาให้ชมเป็นขวัญตาครับ.....และมีหลวงปู่หลวงพอต่างๆอีก6องค์ครับ มีหลวงปู่ทวด หลวงปู่โต หลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษี

วัดเสถียรวัฒนดิษฐ์

วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ เดิมมีชื่อว่า “วัดท่ากระบือ” หรือชาวบ้านรู้จักในนาม “วัดท่าควาย” ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากแม่น้ำลพบุรี ถนนสังฆราช ตำบลบางพุทรา อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี
สักการะบูชา พระพุทธรูปทองคำ ลักษณะเดียวกับพระพุทธรูปทองคำวัดไตรมิตร ที่กรุงเทพฯ เพียงแต่ขนาดเล็กกว่า เมื่อก่อนมีความเชื่อว่าขอพรหลวงพ่อให้เอามือลูบเข่าองค์พระ แต่ปัจจุบัน ทางวัดไม่อนุญาตให้ลูบเข่าแล้วเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ หลวงพ่อทองคำองค์นี้ขอพรเรื่องการงานสมหวังดังใจมาหลายรายแล้ว ของที่นิยมบนก็คือดอกบัวสด เก้าสิบเก้าดอก

วัดสะเดา

  ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตก ของลำแม่ลาในเขตหมู่ 1 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จะสร้างขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. เท่าไหร่ไม่ปรากฏเพียงแต่ได้รับคำบอกเล่าจากชาวบ้านในท้องถิ่นว่า  ประชาชนในท้องถิ่นนั้นเดิมเป็นคนอินเดียอพยพมาประกอบอาชีพจำนวนมาก  ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำนาและประมงในลำแม่ลา เพราะในสมัยนั้นปลาชุกชุมมาก และเป็นปลาที่มีรสดี สีสวยจึงเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นของดีเมืองสิงห์บุรีทีเดียว 
    ดังคำพังเพยว่า “ปลาแม่ลา น้ำยาบางเลา สาวงามบ้านแป้ง แตงบ้านไร่”

ส่วนใหญ่ของประชาชนที่อพยพ มานี้นับถือพุทธศาสนา ในสมัยที่ไม่มีวัดจะบำเพ็ญกุศล ต่างก็พากันไปบำเพ็ญกุศลในท้องถิ่นเดิมของตน เป็นเช่นนี้มาเป็นเวลานาน จึงได้ปรึกษาหารือกันเพื่อจะสร้างวัดไว้บำเพ็ญกุศลในบริเวณนี้ แต่ก็ยังไม่มีโอกาส  ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่ง เดินธุดงค์มาจากที่อื่น(ไม่ทราบว่ามาจากไหน) มาถึงป่าสะเดาริมฝั่งลำแม่ลา ทิศตะวันตกและปักกลดพักแรมที่นั่น ประชาชนที่เห็นและทราบข่าวต่างก็ดีใจมาก ด้วยใจศรัทธาและนานๆ จะพบพระสักครั้งหนึ่ง  ชาวบ้านได้ปรึกษาหารือกับพระธุดงค์รูปนั้นถึงการสร้างวัด ซึ่งท่านก็ยินดีสนับสนุน จึงได้ตกลงสร้างเป็นวัดขึ้น โดยระยะแรกสร้างเป็นกุฏิเล็กๆ 1 หลังก่อน เพื่อให้พระอยู่อาศัย และสร้างเป็นศาลาเล็กๆ ไว้ประกอบการกุศล พร้อมกับอาราธนาพระธุดงค์รูปนั้นอยู่จำพรรษาเสียที่นั่น  ชาวบ้านเรียกพระธุดงค์รูปนั้นว่า “หลวงพ่อนิล” วัดที่สร้างขึ้นใหม่ให้ชื่อว่า “วัดแม่ลา” เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งลำแม่ลา หลวงพ่อนิลเป็นพระที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ท่านได้ร่วมมือกับชาวบ้านจัดการก่อสร้างวัดนี้ให้เจริญสืบมาจนถึงทุกวันนี้

วัดสาลโคดม
เดิมเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางในราว พ.ศ. 2190 ชาวบ้านเรียก "วัดสาลโคดม" ต่อมาได้กลายสภาพเป็นวัดร้างมีที่ดินประมาณ 4 ไร่ 2 งาน ถึงปี พ.ศ. 2515 เป็นต้นมา ชาวบ้านได้ร่วมใจกันบูรณะพัฒนาขึ้น ได้จัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมและติกต่อขอยกสภาพวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2518 โดยให้มีนามว่า "วัดสาลโคดม" ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลัง วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2519 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 16 เมตร ยาว 30 เมตร มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาปีละ 8 รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2516

วัดประโชติการาม

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในวัดประโชติการามที่เป็นที่นับถืออันทรงคุณค่าทางจิตใจของชาวบ้านบางกระบือก็คือ องค์พระพุทธรูป หลวงพ่อทรัพย์ที่มีความสูง 6 วา 7 นิ้ว และหลวงพ่อสิน ที่มีสูง 3 วา 3 ศอก 5 นิ้ว ทั้ง 2 องค์เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ส่วนพระพักตร์มีลักษณะการผสมผสานงานศิลป์แบบอู่ทอง เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ซึ่งเป็นพระอัฏารสซ้อนคู่แห่งเดียวในประเทศไทย โดยชาวบ้านมีความหวั่นเกรงว่าจะทำให้พระพุทธรูปทั้ง 2 ได้รับความเสียไปมากกว่าเดิม

วัดพิกุลทอง

อยู่ที่ตำบลพิกุลทอง อำเภอท่าช้าง ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์ระมาณ ๙ กิโลเมตร ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดหลวงพ่อแพ มีประชาชน ชอบแวะไปเที่ยว และนมัสการหลวงพ่อแพเสมอ ที่วัดนี้ ยังมีพระพุทธรูปนั่ง ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือพระใหญ่ประทานพร หรือพระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี ซึ่งสร้างโดยหลวง พ่อแพ และสวนธรรมะเพื่อความสงบของจิตใจด้วย

 

วัดพระนอนจักรสีห์

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ในตำบลจักรสีห์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ขนาดใหญ่ มีพุทธลักษณะแบบสุโขทัยที่มีความงดงามมาก มีความยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตร (1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว) ลักษณะพระพักตร์ หันไปทางทิศเหนือ พระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก  นอกจากนี้ยังมี พระกาฬ เป็นพระพุทธรูปศิลาลงรักปิดทอง และพระแก้ว พระหล่อนั่งขัดสมาธิเพชรอันศักดิ์สิทธิ์และมีพระพุทธลักษณะงดงาม ทั้งพระกาฬและพระแก้วสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นพระประทานในการถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการ ด้านหน้าวิหารมีต้นสาละลังกาใหญ่ต้นไม้สำคัญในพระพุทธศาสนาผลิดอกบานสะพรั่งหลายต้น

วัดโบสถ์

หากจะพูดถึงความเชื่อ สำหรับคนเราคงจะห้ามความคิดใครไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับวิจารณญานของแต่ละบุคคล แต่สำหรับโดยส่วนตัวแล้ว ต้องบอกว่าเชื่อเพราะมักจะเจอเรื่องที่เหนือธรรมชาติและมิอาจจะอธิบายได้บ่อยๆ ยิ่งปีนี้ปีมะเมียเป็นปีชง วันเกิดปีนี้จึงได้เดินทางไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดโบสถ์


ขสมก.ไหว้พระ 9 วัด เขต3.อู่สำโรง


ไหว้พระ9วัด

โปรแกรม9วัด