โปรแกรม ที่ 6

วัดเพชรสมุทร (หลวงพ่อบ้านแหลม)
ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อวัดบ้านแหลมเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของไทยซึ่งไม่ได้เป็นแค่ศูนย์รวมศรัทธาและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวแม่กลองแห่งสมุทรสงครามเท่านั้น แต่ยังเป็นที่เคารพสักการะอย่างกว้างขวางของชาวไทยทุกสารทิศมานานนับสมัยจนถึงกับมีคำกล่าวว่า หากไม่ได้มานมัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลมก็เสมือนมาไม่ถึงเมืองสมุทรสงคราม
องค์หลวงพ่อวัดบ้านแหลมนั้นเป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขนาดเท่าคนจริง สูงประมาณ 167เซนติเมตร สันนิษฐานว่าสร้างในมัยสุโขทัย-อยุธยาตอนต้น มีประวัติกล่าวว่า หลวงพ่อบ้านแหลมนั้นเป็นพระพุทธรูปที่ได้รับการค้นพบในลำน้ำแม่กลอง ดังตำนานเก่าเล่าว่าชาวประมงได้ลากอวนพบพระพุทธรูป 2 องค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ซึ่งได้มีการอัญเชิญไปประดิษฐานยังวัดเก่าแก่ในเมืองแม่กลองที่ชื่อว่าวัดศรีจำปา ซึ่งต่อมาได้ชื่อว่าวัดบ้านแหลมทำให้ชาวบ้านเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่าหลวงพ่อบ้านแหลมเรื่อยมา ขณะที่อีกองค์หนึ่งนั้นเป็นพระพุทธรูปนั่งซึ่งชาวประมงได้นำกลับไปประดิษฐานที่วัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี (หลวงพ่อบ้านแหลม)


วัดช่องลม สมุทรสาคร
สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดนั้นประกอบด้วยพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานอยู่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินท่าฉลอม และทรงตั้งเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทยหลวงพ่อหินแดง 11 นิ้วพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีพุทธลักษณะแบบอยุธยาตอนปลาย ทำด้วยศิลาแดงทั้งองค์ มีลักษณะพิเศษคือพระหัตถ์ข้างซ้ายมี 6 นิ้วจึงเรียกว่า พระ 11 นิ้วหลวงปู่แก้วอดีตเจ้าอาวาสวัดช่องลมเมื่อท่านมรณภาพไปแล้วผู้ศรัทธาทั้งหลายได้นำสังขารของท่านไว้ในโลงทองอย่างสวยงามพร้อมทั้งหล่อรูปเหมือนของท่านในท่านั่งสมาธิ ประดิษฐานไว้ภายในวิหารชมชีวิตนกนางแอ่น จำนวนนับพันมาอาศัยทำรังตามผนังโบสถ์ด้านหลัง จนปรากฎลวดลายจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม
นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามได้บริเวณท่าน้ำหน้าวัด ทั้งยังมีร้านอาหารไว้คอยบริการและเนื่องจากวัดนี้ ตั้งอยู่ปากอ่าว จึงมี เรือประมงมารอให้บริการเช่าออกไปลอยอังคารด้วย

วัดบางกะพ้อม
วัดบางกะพ้อมเป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2312 สมัยกรุงศีอยุธยา แต่ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง มีตำนานเล่าขานกันมาว่า มีตระกุลคหบดีมีฐานะดีตระกูลหนึ่ง ได้ลงเรือพาครอบครัวพร้อมทั้งทรัพย์สินหนีข้าศึก เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา รอมแรมถึงแหลมบางกะพ้อมแห่งนี้ เห็นเป็นที่เหมาะสมร่มรื่น จึงได้พักแรม สร้างที่อยู่อาศัยอยู่ โดยอาศัยการสานกระบุง ตระกร้า เสื่อลำแพน และกะพ้อมใส่ข้าว เป็นสินค้านำไปขายเพื่อเป็นค่ายังชีพ ต่อมามีคนมาบอกว่ากองทัพข้าศึกยกมา กำลังทำการสู้รบกันอยู่ที่ค่ายบางกุ้งให้รีบหนี แต่คหบดีผู้นั้นเห็นว่าคงหลบหนีไม่ทัน จึงได้เข้าไปแอบอยู่ในกะพ้อมที่สานเอาไว้เพื่อจะขาย พร้อมกันนั้นได้ตั้งสัตยาธิษฐานต่อ พระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่า "ขออย่าให้ทหารข้าศึกพบเลย หากรอดพ้นไปได้จะจัดการสร้างวัดและวิหารขึ้นตรงนี้" ซึ่งทหารข้าศึกก็ผ่านไปโดยมิได้พบเห็น ต่อมาจึงได้จัดสร้างวิหารวัดบางกะพ้อมขึ้น ตามที่ตั้งสัตยธิษฐานไว้ โดยตั้งชื่อวัดว่า "วัดบังกับพ้อม" ต่อมาคงเพี้ยนไปบ้าง หรือเพื่อความเหมาะสมจึงชื่อ "วัดบางกะพ้อม" มาจนถึงปัจจุบันี้

วัดภุมรินทร์กุฎีทอง
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ปากคลองประชาชมชื่นฝั่งตะวันตก ตรงข้ามอุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตำบลสวนหลวงอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นวัดที่มีกุฎีเป็นเรือนไม้สักทองขนาดใหญ่ ปิดลวดลายทองสวยงาม  กุฎีทองหลังนี้เป็นกุฎีที่สมเด็จพระชนกของสมเด็จพระอมรินทร์ทรามาตย์ พระมเหสีในรัชกาลที่ 1 สร้างถวายวัดบางนาลี่น้อยไว้แต่เดิม และมีเครื่องใช้ส่วนพระองค์ถวายไว้ที่วัดนี้จำนวนมาก วัดภุมรินทร์กุฎีทองเดิมมีชื่อว่าวัดภุมรินทร์ สร้างเมื่อ พ . ศ . 2431
วัดภุมรินทร์กุฎีทอง อัมพวา สมุทรสงคราม นี้แต่เดิมมีวัดบางลี่ตั้งอยู่ใกล้กันสองวัด วัดหนึ่งอยู่ริมฝั่งน้ำตอนเหนือ เมื่อล่องเรือไปตามลำน้ำแม่กลองจะถึงวัดนี้ก่อน เรียกว่า วัดบางลี่บน อีกวัดหนึ่งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำ เรียกว่า วัดบางลี่ล่าง ต่อมาวัดบางลี่ล่างเจริญรุ่งเรืองจึงเรียกว่า วัดบางลี่ใหญ่ ส่วนวัดบางลี่บน ซึ่งตั้งอยู่บนหัวคุ้งข้อศอกถูกน้ำแทงกระแสน้ำจึงพัดเซาะตลิ่งพังลงน้ำไปเรื่อยๆ ที่ดินบริเวณวัดเหลือน้อยลง กุฎีวิหารทรุดโทรม คนเรียกวัดบางลี่บนว่า วัดบางลี่น้อย วัดภุมรินทร์อยู่ติดกับวัดบางลี่น้อยโดยอยู่ลึกเข้ามาทางด้านใน ในขณะที่วัดบางลี่น้อยอยู่ติดริมน้ำ กาลเวลาต่อมาวัดบางลี่น้อยถูกกระแสน้ำกัดเซาะตลิ่งพังลงเรื่อยๆ พระอธิการเกีย เจ้าอาวาสวัดภุมรินทร์จึงรื้อย้ายกุฎีวัดบางลี่มาสร้าง ที่วัดภุมรินทร์โดยเพิ่มช่อฟ้าใบระกาใหม่ทั้งหลัง เพื่อใช้เป็นที่สวดมนต์ เมื่อวัดบางลี่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะพังทลายหายไปวัดภุมรินทร์จึงอยู่ปากคลองบางลี่แทนด้วยเหตุที่เป็น วัดที่ได้นำกุฎีทองของวัดบางลี่น้อยมาสร้างรวมไว้ วัดภุมรินทร์ จึงได้มีชื่อเรียกในเวลาต่อมาว่า วัดภุมรินทร์กุฎีทอง 


วัดบางลี่
วัดบางนางลีใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 51 หมู่ที่ 3 ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 19 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 24 ตารางวา อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 6 เมตร ยาว 9 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2506 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย ศาลาการเปรียญ กว้าง 11 เมตร ยาว 29 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2503 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย หอสวดมนต์ กว้าง 7 เมตร ยาว 19 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2501 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฎีสงฆ์ จำนวน 7 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ปูชนียวัตถุ มีหลวงพ่อตะเคียนทอง เป็นพระพุทธรูปสลักลงบนไม้ตะเคียนทอง ประดิษฐ์ฐานอยู่ในวิหารพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนปางมารวิชัย พระพุทธรูปหวายสานสลักมุขปิดทอง หน้าตักกว้าง 2 ศอก สูง 2 ศอกเศษ และหลวงพ่อบ้านแหลมจำลองปางอุ้มบาตร

วัดบางนางลีใหญ่ ตั้งเมื่อ พ.ศ.1823 เป็นวัดที่เก่าแก่มากจึงไม่ปรากฏหลักฐานการก่อสร้างที่ชัดเจนเดิมเสนาสนะบางส่วนได้ชำรุดทรุดโทรม เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันจึงได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ให้ อยู่ในสภาพพร้อมเหมาะแก่การจำพรรษาของพระสงฆ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2508 การบริหากรและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระครูปัญญาสมุทรคุณ รูปที่ 2 พระครูวิสุทธิสมุทรคุณ พ.ศ. 2519-ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2519



วัดแว่นจันทร์

วัดแว่นจันทร์ตั้งอยู่เลขที่ 82 บ้านสวนหลวง หมู่ที่ 15 ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 13 ไร่ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 9 เมตร ยาว 20 เมตร เป็นอาคารไม้สักทรงไทย ศาลาการเปรียญ กว้าง 11 เมตร ยาว 22 เมตร เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ หอสวดมนต์ กว้าง 9 เมตร ยาว 14 เมตร เป็นอาคารไม้ทรงไทย กุฏิสงฆ์จำนวน 6 หลัง เป็นอาคารไม้ 3 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ 3 หลัง ศาลาเอนกประสงค์ กว้าง 14 เมตร ยาว 23 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2519 เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ นอกจากนี้ยังมีศาลาท่าน้ำ 3 หลัง ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ 1 องค์ พร้อมพระอัครสาวก

                วัดแว่นจันทร์ตั้งเมื่อ พ.ศ.2340 เดิมชื่อวัดตาด้วง ไม่ปรากฏนามผู้สร้างและผู้บริจาคที่ดิน วัดแว่นจันทร์ได้รับความอุปถัมภ์จากราษฎรบ้านสวนหลวงมาโดยตลอด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2477 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 24 เมตร ยาว 50 เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนามคือ รูปที่ 1 พระเหลือง รูปที่ 2 พระก๋อง รูปที่ 3 พระเจียม สุขกาโม รูปที่ 4 พระครูสิริสมุทราภรณ์ รูปที่ 5 พระใบฎีกาสมควร กลฺยาโณ พ.ศ.2542-ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ  พ.ศ.2492



วัดสวนหลวง

 


ตลาดอัมพวา
เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์  ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 15.00 - 21.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ  และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบาย ๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทาน

ขสมก.ไหว้พระ 9 วัด เขต3.อู่สำโรง

โปรแกรม9วัด