โปรแกรม ที่ 8


จันทราราม
พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่คู่กับวัดจันทารามตลอดมาคือ
“หลวงพ่ออโนทัย” เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดนางโน (ปัจจุบันคือวัดมโนธรรมาราม(นางโน)) อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่ก่อสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ประวัติความเป้นมานั้นไม่มีการบันทึกวันเวลาไว้แน่ชัด แต่มีการเล่าสืบต่อกันมาว่าหลวงพ่ออโนทัยมาเข้าฝันชาวบ้านว่าอยากมาอยู่วัดจันทาราม อาจารย์แดงและคุณตาเพ็ง ขอนแก่น พร้อมชาวบ้านหนองตะแคง 10 คนเศษ จึงพากันเดินทางไปนิมนต์หลวงพ่ออโนทัย เมื่อไปถึงปรากฏว่าได้มีชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่นกำลังยกหลวงพ่อเพื่อนำไปหมู่บ้านของเขาแต่ยกไม่ขึ้นจนเชือกที่มัดหลวงพ่อขาดหมดไม่สามารถนำหลวงพ่อไปได้ ชาวบ้านหนองตะแคงจึงได้จุดธูป 1 ดอกตั้งจิตอธิษฐานถ้าหากหลวงพ่ออยากไปอยู่ที่วัดจันทารามจริงดังที่เข้าฝันก็ขอให้ยกท่านขึ้น ก็สามารถยกขึ้น ในสมัยนั้นการเดินทางต้องใช้แพชาวบ้านจึงนำหลวงพ่อลงแพล่องตามน้ำมาขึ้นที่โรงเลื่อยของหลวงสิทธิ์ เทพการ และขึ้นรถบรรทุกมาประดิษฐานที่วัดจันทารามจนถึงปัจจุบัน โดยประดิษฐาน ณ “วิหารหลวงพ่ออโนทัย” โดยมีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งประดิษฐานอยู่คู่กันคือ หลวงพ่อขาว รวมทั้งหลวงพ่ออโนทัยองค์จำลอง ที่ได้จัดสร้างขึ้นภายหลัง และรูปหล่อของหลวงพ่อเงิน อุตตโม ทั้งนี้ทางวัดจะจัดงานปิดทองประจำปีหลวงพ่ออโนทัย หลวงพ่อขาว หลวงพ่อเงิน ในเดือนมกราคม ซึ่งตรงกับเทศกาลตรุษจีนของทุกปี


วัดพระแท่นดงรัง
พระแท่นดงรัง นับว่าเป็นเจดียฐานประการหนึ่ง คือถือว่าเป็นที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า และนับว่าเป็นสังเวชนียสถานแห่งหนึ่งในสี่แห่งของ พระพุทธเจ้า คือสถานที่ประสูติ สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงปฐมเทศนา และสถานที่ดับขันธปรินิพพาน ซึ่งสถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศอินเดียในปัจจุบัน

            ตามตำนาน อันเป็นคติที่เชื่อกันว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังแว่นแคว้นต่าง ๆ ภายนอกประเทศอินเดีย ด้วยอำนาจฌานสมาบัติ และได้ประดิษฐานเจดีย์หรือ ตรัสพยากรณ์เรื่องราวต่าง ๆ ไว้ในแว่นแคว้นเหล่านั้น จึงเกิดมีเจดีย์วัตถุและพุทธพยากรณ์ที่อ้างว่า พระพุทธองค์ได้ทรงประดิษฐานเจดีย์วัตถุไว้

            ในประเทศไทยมีตำนานเกี่ยวกับการประทับรอยพระพุทธบาท และการสร้างพระธาตุเจดีย์อยู่เป็นจำนวนไม่น้อย รวมทั้งพระแท่นและพระพุทธฉาย สำหรับพระแท่น ที่มีอยู่ในพงศาวดารคือ พระแท่นศิลาอาสน์ มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย แต่พระแท่นดงรัง ไม่ได้มีกล่าวไว้ในพงศาวดาร จึงสันนิษฐานว่า อาจจะเกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย

            ความอัศจรรย์ของพระแท่นดงรังนั้นผิดกับเจดีย์วัตถุอื่น เนื่องจากมีผู้เชื่อว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ พระแท่นดงรังนี้จริง ๆ ซึ่งเท่ากับว่าเมืองไทยนี้เป็นมัชฌิมประเทศ อันเป็นสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ และดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า


วัดตะคร้ำเอน


วัดวังขนายทายิการาม(อาบน้ำแร่)
บ่อน้ำร้อนวัดวังขนายทายิการาม ตั้งอยู่ที่ตำบลวังขนาย ในวัดวังขนายทายิการาม  เมื่อ พ.ศ. 2540 กรมทรัพยากรธรณี ได้มาเจาะบ่อน้ำบริเวณวัด พบว่ามีความร้อนถึง 42 องศาเซลเซียส จึงแนะนำให้ทางวัดนำน้ำนี้มาใช้และชำระร่างกาย และต่อมาได้นำน้ำร้อนในบ่อนี้ไปวิเคราะห์ และพิสูจน์ปรากฏว่าในน้ำมีแร่ธาตุอยู่หลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ปัจจุบันมีบ่อน้ำร้อนประมาณ 55 บ่อ ทั้งบ่อยืน นั่ง นอนบ่อน้ำร้อนวัดวังขนาย เป็นน้ำบาดาล ดูดดมาจากใต้ดิน ความลึกประมาณ 30 เมตร บริเวณวัด 90 ไร่ จะร้อนเกือบทั้งหมด ความร้อนของแต่ละที่จะไม่เหมือนกัน บริเวณหน้าวัดจะร้อนที่สุดประมาณ 42 องศาเซลเซียสน้ำแร่ของวัดวังขนาย จะแตกต่างจากที่อื่นตรงวิธีการแช่ ซึ่งที่อื่นจะเป็นการแช่รวมกัน แต่ทางวัดวังขนายจะใช้วิธีการแช่ต่างคนต่างแช่ และแช่แค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นก็จะทิ้งน้ำนั้นไปเลย ไม่นำกลับมาใช้อีก

ความร้อนของน้ำแร่ ที่อื่นๆ จะร้อนประมาณ 60-100 องศาเซลเซียส แต่ของทางวัดวังขนายจะร้อนประมาณ 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเข้าหลัก "ธาราบำบัด" อยู่ไม่ต่ำกว่า 40 และ ไม่เกิน 45 องศาเซลเซียส

ประโยชน์ของการแช่น้ำแร่ คือ เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อผ่อนคลายการทำงานของระบบต่างๆ ในตัวเรา ทำให้จิตใจดีขึ้น (คลายเครียด) ช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดลมหมุนเวียนได้ดี และ ทำให้ไขมันในเส้นเลือดลดลง



วัดถ้ำเสือ


สะพานข้ามแม่น้ำแคว
ทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งกลายเป็นชื่อที่ควบคู่ไปกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่เลื่องลือกระฉ่อนไปทั่วโลก  จึงเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2485 นั่นเอง  ก่อนลงมือสร้าง ญี่ปุ่นได้เสนอแผนการสร้างทางรถไฟ เริ่มจากชุมทางหนองปลาดุก จังหวัดราชบุรี แล้วต่อไปยังประเทศพม่า ทางด้านเมาะละแหม่ง ดังกล่าว ต่อรัฐบาลไทย ทางหัวหน้า คณะรัฐบาล คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการผสม ขึ้นมาพิจารณาเรื่องต่าง ๆ  ตามที่ฝ่ายกองทัพญี่ปุ่นเสนอมา
นับว่าเป็นโศกนาฏกรรม อันใหญ่หลวงของมนุษย์โลก ที่ใคร ๆ  ก็ไม่สามารถลบ ออกไปจากความทรงจำได้ และที่กล่าวกันว่า "ทางรถไฟสายนี้ ฝ่ายพันธมิตร ต้องสูญเสียไป 1 ศพ ต่อ 1 ไม้หมอนที่รองรางรถไฟ" นั้น ไม่เกินไปจากความจริงเลย


ขสมก.ไหว้พระ 9 วัด เขต3.อู่สำโรง

โปรแกรม9วัด