โปรแกรม ที่ 9

วัดสุวรรณาราม(ลอดโบสถ์)
ลอดโบสถ์ สะเดาะเคราะห์มีความเชื่อเกี่ยวกับการสะเดาะเคราะห์ อยู่ควาเชื่อหนึ่งที่เชื่อว่าหากได้ลอดโบสถ์ หรือพระอุโบสถ ได้ ๓ วัด วัดละ ๓ รอบ เคราะห์เบาจะหาย เคราะห์ร้ายจะบรรเทา จึงมีหลายวัดพยายามจัดให้มีการลอดโบสถ์สะเดาะขึ้นแต่ในความเป็นจริงในปัจจุบันจากจำนวนวัดที่ลงทะเบียนกับกรมการศาสนาประมาณ สามหมื่นกว่าวัดนั้น มีวัดที่ให้ลอดโบสถ์ได้จริงไม่ถึงร้อยวัด บางทีจะไม่ถึง ห้าสิบวัดเสียด้วยซ้ำ เมื่อสมัยสิบกว่าปีที่แล้วมีไม่ถึง ยี่สิบวัดด้วยซ้ำ เพราะวัดที่จะให้ทำการลอดโบสถ์นั้น ต้องเป็นพระอุโบสถเก่าที่บูรณะใหม่ด้วยการยกพื้นซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาน้ำท่วม การจัดเตรียมการลอดโบสถ์ที่ถูกต้องประกอบด้วย เส้นทางการเดินลอดโบสถ์ต้องผ่านใต้ฐานพระประธานบนพระอุโบสถ และการลอดโบสถ์หนึ่งรอบจะต้องปิดทองลูกนิมิตลูกเอก ที่อยู่ใจกลางพระอุโบสถหนึ่งแผ่นมีหลายวัดที่เปิดให้ลอดโบสถ์ เพราะทางวัดสร้างพระอุโบสถสองชั้น อันนี้ไม่นับนะครับ หากจะนับก็คงต้องรอให้ กาลเวลาผ่านไป เป็นสิบปีก่อน เพราะความศักดิ์ของพระอุโบสถอยู่ที่ การเป็นที่บวชพระภิกษุ และการเป็นที่สวดปาฏิโมกข์ ซึ่งค่อยๆสะสมความศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ในปัจจุบันวัดที่เปิดให้ลอดโบสถ์ สะเดาะเคราะห์ได้นั้น มีกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ เช่น วัดสุวรรณบำรุงราชวราราม ลำลูกกา คลอง๙ จังหวัดปทุมธานี วัดสาลโคดม จังหวัดสิงห์บุรี วัดบางไผ่เตี้ย จังหวัดสมุทรสาคร เป็นต้น



วัดสว่างอารมณ์

วัดสว่างอารมณ์   ตั้งเมื่อ พ.ศ.2378  สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย บนเนื้อที่ 16 ไร่  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อวันที่ 15  มกราคม  พ.ศ.2513   มีอาคารเสนาสนะประกอบด้วย  อุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ.2504    ศาลาการเปรียญ  สร้างเมื่อ พ.ศ.2498  หอสวดมนต์  สร้างเมื่อ พ.ศ.2532  กุฏิสงฆ์  จำนวน 14 หลัง  สร้างเมื่อ พ.ศ.2530  ศาลาบำเพ็ญกุศล  จำนวน 1 หลัง  ปูชนียวัตถุ   มีพระประธานประจำอุโบสถ  1 องค์  และมณฑป 1 หลัง  สร้างเมื่อ พ.ศ.2528 



วัดช้าง
 ในอดีตเมื่อกว่า ๒๐๐ ปีที่ผ่านมานั้น พื้นที่ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เป็นป่าดงดิบรกชัฏ เต็มไปด้วยโรคร้ายไข้ป่าที่ชุกชุม และเต็มไปด้วย สัตว์ป่าที่ดุร้ายนานาชนิด รวมทั้ง “ช้างป่า” ที่เป็นสัตว์ใหญ่และมักจะมารวมตัวกันอยู่อาศัย หากินในย่านนี้เป็นโขลงๆ ทั้งโขลงเล็กและโขลงใหญ่เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุ นี้เองจึงทำให้ทางกรุงศรีอยุธยามักจะส่งกำลังทหาร เข้ามาในป่าแถบนี้อยู่เป็นประจำทุกๆ ปี เพื่อทำการคล้องช้างป่าเอาไปฝึกเป็นช้างศึก ไว้ใช้งานในยามมีสงครามเข้ามารุกรานบ้านเมือง

        วัดช้างเริ่มสร้างมาแต่ปีใดไม่ผู้ใดทราบแต่มีคนเก่าแก่เล่าต่อกันมาว่าเดิมที่เดียวบริเวณ วัดที่ตั้งอยู่นี้เคยเป็นที่พักช้างของทางราชการตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีปะรำพิธีรับช้างอยู่ที่มุมด้านทิศตะวันออกของวัดเป็นที่ราบลุ่ม บริเวณรอบๆมีป่าไม้เบญจพรรณขึ้นหนาแน่น หาแสงส่องลงมาถึงพื้นมิได้เลย



วัดเขาแดง
  ที่มาของชื่อ “เขาแดง” นั้น เพราะวัดนี้ตั้งอยู่ติดเทือกเขาแดง หรือเขาตะขาบ(เรียกตามแผนที่แผ่นระวางกรมที่ดิน) ชาวบ้านเรียก เขาหล่น หรือเขาแดง เพราะมองดูจะเห็นภูเขาลูกนี้โล้นโล่งเตียน เห็นภูเขาเป็นสีแดง จึงเรียกเขาแดง เหตุที่ตั้งอยู่ติดภูเขาลูกนี้จึงเรียกว่า “วัดเขาแดง”ประชาชนในหมู่บ้าน เดิมเป็นคนเวียงจันทร์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่อพยพมาใน สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ในระหว่างปี พ.ศ.2321-2322


อุทยานพิฆเนศ
ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกประชาเกษม หมู่ 11 ถนนนครนายก-น้ำตกสาริกา ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก
เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระพิฆเณศวรขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 9 เมตรสถานที่แห่งนี้จัดสร้างโดย พระราชพิพัฒน์โกศล หรือ หลวงพ่อเณร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม บางขุนนนท์ กรุงเทพฯภายใน อุทยานพระพิฆเณผู้ศรัทธาจะพบกับความอลังการของเทวรูปพระพิฆเนศขนาดมหึมา
นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพระพิฆเนศปางต่างๆ ถึง 108 ปางและ หอมหาเทพ ซึ่งประดิษฐานมหาเทพสูงสุดทั้ง 3 พระองค์คือ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ


วัดโพธิ์งาม
ไหว้พระบรมสารีริกธาตุ วัดโพธิ์งาม จังหวัดนครนายก ภายในวิหารจตุรภัทรมหามงคลนิมิต ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และหลวงพ่อใหญ่ (มงคลนิมิต) ศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่วัดโพธิ์งาม บ้านโพธิ์งาม ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์เจ้าพ่อขุนด่านที่ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่


วัดพราหมณี(หลวงพ่อปากแดง)
สิ่งที่เด่นสะดุดตา คือ ที่ปากของหลวงพ่อมีสีแดงสด เหมือนมีผู้นำลิปสติกไปทาไว้ ผู้เฒ่าผู้แก่ย่านนั้นยืนยัน ว่าเห็นปากท่านแดงแบบนี้ มาตั้งแต่เกิด แม้แต่ปู่ย่าตายายของผู้เฒ่าเหล่านี้ก็บอกว่าเห็นมาตั้งแต่เกิดเหมือนกัน

          ตำนานหลวงพ่อปากแดงพระครูโสภณพรหมคุณ หรือ “หลวงพ่อตึ๋ง” เจ้าอาวาสวัดพราหมณี เล่าว่า ตำนานเชื่อกันหลวงพ่อปากแดง เป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับหลวงพ่อพระสุก และหลวงพ่อพระใส ที่ประดิษฐานอยู่ที่ จ.หนองคาย ในปัจจุบัน ที่ได้อัญเชิญมาจากนครเวียงจันทน์ พอมาถึงประเทศไทย ชาวบ้านได้แยกย้ายไปตามวัดต่างๆ ส่วนหลวงพ่อปากแดงนั้น ถูกชาวบ้านอัญเชิญและนำมาหยุดยังพื้นที่ว่างบริเวณที่เป็นวัดพราหมณี ปัจจุบันนี้ จากนั้นก็ลงมือสร้างวัดแล้วก็อัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นเป็นพระประธานในพระอุโบสถ
ซึ่งต่อมา “หลวงพ่อปากแดง” ก็กลายมาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาว จังหวัดนครนายก จนทุกวันนี้ โดยความเชื่อของประชาชนนั้น ประชาชนที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกสาริกา จะต้องแวะกราบสักการบูชา พร้อมกับบนบานด้วยกล้วยน้ำว้า 9 หวี หมากพลู 9 ชุด พวงมาลัย 9 พวง และน้ำแดง 1 ขวด กันอย่างล้นหลาม พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐานให้สมความปรารถนาตัวเอง



วัดอุดมธานี
วัดอุดมธานี พระอารามหลวง  เป็นวัดเจ้าคณะจังหวัด  ประวัติความเป็นมาเป็นวัดเก่ามีอายุกว่าสองร้อยปี เดิมชื่อวัดแก้วตา แม่แก้วตาชาวเวียงจันทน์เป็นผู้สร้าง ต่อมาแม่สาวหนู เชื้อสายชาวเวียงจันทน์ มีศรัทธาได้สร้างวัดในที่อยู่อาศัยของตนติดกับวัดแก้วตา โดยยกทั้งที่และบ้านให้เป็นที่สร้างวัดเรียกว่า วัดอุดม เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๖๐ ได้รวมวัดแก้วตากับวัดอุดมเป็นวัดเดียวกันเรียกว่า วัดอุดมรัตนาวาส แล้วสร้างอุโบสถหลังใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๓ ระหว่างที่สร้างโบสถ์อยู่นั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ได้เสด็จเมืองนครนายกแล้วทรงเยี่ยมวัดนี้ และได้มีพระดำรัสให้เปลี่ยนชื่อวัด เป็นวัดอุดมธานี เมื่อสร้างอุโบสถเสร็จแล้วจึงนำพระประธานในโบสถ์เก่ามาประดิษฐานเป็นพระประธาน เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย หน้าตักกว้างประมาณ ๒๖ นิ้วได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อ พ.ศ.2463  ตั้งอยู่บนเนื้อที่  36 ไร่ 2 งาน 14 ตารางวา  อาคารเสนาสนะปรกอบด้วย   ศาลาการเปรียญ   สร้างเมื่อ พ.ศ. 2505  หอสวดมนต์  สร้างเมื่อ  พ.ศ. 2505  นอกจากนี้ยังมีพระวิหารหลวงพ่อพุทธสัมฤทธิ์  สิทธิโชค  มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.2534  โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ  เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.2535  ปัจจุบันมีพระราชวรนายก  เป็นเจ้าอาวาส  และเป็นเจ้าคณะจังหวัด



วัดมณีวงษ์

วัดมณีวงศ์   สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ตั้งเมื่อ พ.ศ.2446   ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อ พ.ศ.2491   ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 1 ตารางวา  มีอาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ  สร้างเมื่อ พ.ศ.2496   ศาลาการเปรียญ  สร้างเมื่อพ.ศ.2518  ปูชนียวัตถุ  มีพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์   มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม  เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.2498  ปัจจุบันมีพระอธิการทองใบ  เป็นเจ้าอาวาส



วัดธรรมปัญญา


ขสมก.ไหว้พระ 9 วัด เขต3.อู่สำโรง

โปรแกรม9วัด